หลายๆคนที่วางแผนเดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ก็คงมีจุดประสงค์คล้ายๆกันคือ อยากมาดูใบไม้เปลี่ยนสี ใช่ไหมหล่ะ อากาศเย็นๆ กำลังดี เดินถ่ายรูปใบไม้เปลี่ยนสี แดง เหลือง ส้ม สุดโรแมนติก ถ่ายรูปแบบชิคๆ ชิวๆ กัน ไม่แปลกเลยที่คนจะฮิตมาญี่ปุ่นกันมาก และสถานที่ฮอตฮิตฝั่งคันโตคงหนีไม่พ้น เมืองนิกโก้ (Nikko) แน่นอน มาดูกันว่าทำไมเราต้องไป นิกโก้
1.นิกโก้ (Nikko-日光)
เป็นเมืองในจังหวัดโทะชิกิมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,200 ปี เป็นที่ตั้งของสุสานของโชกุนโทะกุงะวะ อิเอะยะซุ กับโทะกุงะวะ อิเอะมิสึ โดดเด่นทั้งด้านทิวทัศน์ สถาปัตยกรรม และนิกโก้อยู่ไม่ไกลจากโตเกียว(Tokyo)ห่างกันประมาณ 140 กิโลเมตร จึงเป็นทางเลือกให้นักท่องเที่ยวนิยม ไปเช้าเย็นกลับ วันเดียวจากโตเกียว
2.มีสถาปัตยกรรมที่น่าหลงใหล
และมีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องความสวยงามของวัดและศาลเจ้าต่างๆที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO เช่น ศาลเจ้าโทโชกุ (Toshogu) ที่มีอายุกว่า 260 ปีและวัดรินโนจิ(Rinnoji) เพราะในอดีตนิกโก้เคยเป็นศูนย์กลางของศาสนาพุทธนิกายชินโต ทำให้มีศาลเจ้าและวัดที่สวยงามหลายแห่ง
3.มีธรรมชาติที่สวยงาม
มีอุทยานแห่งชาติโอคุนิกโก้(Okuniko) ที่มีทั้งภูเขาและทะเลสาบ โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง จะมีใบไม้เปลี่ยนสีมากมายตามหุบเขากลายเป็นสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมของคนญี่ปุ่นด้วย และยังมี ทะเลสาบชูเซ็นจิโกะ (Lake Chuzenji,中禅寺湖) นับเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดโทะชิกิ ที่โอบล้อมด้วยทัศนียภาพทิวเขา อันเป็นที่ซึ่งงดงามมีเอกลักษณ์ทุกฤดูกาล
4.มีหมู่บ้านโบราณ
หมู่บ้านนิกโกเอโดะ(EDO WONDERLAND Nikko Edomura) หมู่บ้านที่จะพาคุณย้อนเวลาไปยังเอโดะ มีการจำลองเอา ถนน ที่พัก หมู่บ้านนินจา ย่านการค้าและบ้านซามุไรแบบดั้งเดิมมาไว้ในบรรยากาศใกล้เคียงของจริง
5.การเดินทางที่แสนง่ายจากโตเกียว
ไม่ว่าจะเป็นทางรถไฟที่ค่อนข้างสะดวกสบาย มีให้เลือก ทั้ง JR หรือ Tobu line(รถไฟเอกชน) ก็เลือกได้ตามความสะดวก และเดินทางโดยรถบัสวิธีนี้สะดวกมากสำหรับคนที่ลงเครื่องที่สนามบินฮาเนดะแล้วอยากต่อรถไปนิกโก้เลย โดยเส้นจากสนามบินฮาเนดะ สู่สถานีรถไฟ JR Utsunomiya ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง 30 นาที ค่าโดยสารประมาณ 3,600 เยน
อ่านจนถึงตรงนี้หลายคนคงอยากไป นิกโก้กันแล้วเนอะ …